เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความก้าวหน้าอย่างมากในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดมีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามเท่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางการบูรณาการระดับโลกและการกำหนดนโยบายที่รอบคอบ ปัจจุบันเวียดนามมีรายได้สูงกว่าในปี 2543 ถึง 11 เท่า การสร้างฐานรายได้ดังกล่าวเพื่อปิดช่องว่างระหว่างภูมิภาคกับประเทศที่มีรายได้สูงนั้นเป็นสิ่งที่หลายประเทศมุ่งมั่นเพื่อที่จะให้หลุดพ้นจากสิ่งที่เรียกว่ากับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องท้าทายหากแต่สามารถทำให้สำเร็จได้
การผสมผสานการปรับปรุงใหม่ด้านโครงสร้างที่ไตร่ตรองอย่างรอบคอบและมุ่งมั่นจะช่วยให้เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญของภูมิภาคบรรลุการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงขึ้นพร้อมทั้งก้าวสู่ประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืนได้
การปฏิรูปด้านโครงสร้างที่ครอบคลุมและทำพร้อมกันในหลายด้านจะช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการรองรับแรงกระแทกเมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอนและช่วยให้ภาคเอกชนสามารถขับเคลื่อนการเติบโตได้

การวิจัยศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจโดยรวมที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกกฎระเบียบ การกำกับดูแล ไปจนถึงการศึกษานั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว การวิจัยศึกษาของเราเกี่ยวกับกำไรจากผลผลิตที่ได้จากการปฏิรูปโครงสร้างในเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ชี้ให้เห็นว่าประเทศต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่ 5 เศรษฐกิจ (ASEAN Emerging Markets) ที่ใหญ่ที่สุดจาก 10 เศรษฐกิจของอาเซียนนั้นสามารถเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจที่แท้จริงในระยะยาวได้โดยเฉลี่ยร้อยละ 1.5 ถึง 2.0 หลังจากสองปี และเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 3 หลังจากสี่ปีภายหลังการปฏิรูปเศรษฐกิจโดยรวมแบบครอบคลุมและดำเนินไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปมักจะเกี่ยวข้องกับความท้าทายทางเศรษฐกิจการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ ความพยายามในการสร้างฉันทามติระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญมีความจำเป็นเพื่อรองรับแนวทางดังกล่าวและช่วยให้สามารถส่งมอบผลกำไรที่ยั่งยืนได้
หกประเทศ สี่ปัจจัย
บทวิเคราะห์ของเรามีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญห้าอันดับแรกของอาเซียน (ASEAN-5) บรรลุเป้าหมายในการสร้างระดับรายได้ ดั่งเช่นประเทศสิงคโปร์ภายในสองถึงสามทศวรรษข้างหน้า
เรามุ่งเน้นการประเมินของเราไปที่ปัจจัยสี่ประการ ได้แก่ การเปิดกว้างทางการค้าและเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เงื่อนไขการลงทุนและ การกำกับดูแล และการพัฒนาบุคลากร ปัจจัยเหล่านี้คือส่วนที่เป็นโครงสร้างหลักแบบกว้างที่จะต้องดำเนินการแก้ไข อย่างไรก็ตามข้อแนะนำนี้จะแตกต่างกันไปในบริบทของแต่ละประเทศ

การปฏิรูปเพื่อจัดลำดับความสำคัญ
บรรดาประเทศอาเซียนควรเน้นด้านโครงสร้างใดบ้างเพื่อกระตุ้นการเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุม?
จากการวิเคราะห์ในเอกสารประเด็นที่เราคัดเลือกในปี 2567 เกี่ยวกับประเทศอินโดนีเซียและ ฟิลิปปินส์ เราพบว่าการปฏิรูปโดยรวมนั้นให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้แนวทางแบบค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับ การปฏิรูปที่ครอบคลุมแบบครบวงจรและทำพร้อมกันในหลายด้านที่ปรับปรุงกฎระเบียบทางธุรกิจและปัจจัยภายนอก การกำกับดูแล และการพัฒนาบุคลากรจะสามารถเพิ่มระดับผลผลิตได้มากถึงร้อยละ 3.0 หลังจากสี่ปี ในขณะที่ประโยชน์จากการประกาศใช้การปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพียงด้านครั้งเดียวนั้นจะมีไม่มากนัก
ผลลัพธ์นี้เน้นย้ำให้เห็นว่าการปฏิรูปโครงสร้างแบบครบวงจรที่ไตร่ตรองรอบคอบและมุ่งมั่นจะช่วยให้เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญของอาเซียน สามารถบรรลุการเติบโตที่มีศักยภาพสูงขึ้น อีกทั้งทำให้ตระหนักได้ถึงวิสัยทัศน์ของประเทศเหล่านั้นในการบรรลุระดับรายได้สูงได้อย่างยั่งยืน การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจแบบครอบคลุม ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น จะช่วยสร้างความสามารถในการทนต่อหรือฟื้นตัวจากความยากลำบากได้อย่างรวดเร็ว พร้อมไปกับการส่งเสริมการเติบโตที่หลากหลาย กว้างขวางและครอบคลุมของประเทศ ทั้งนี้ ยังเป็นการรับประกันกรอบการทำงานของสถาบันที่น่าเชื่อถือและแข็งแกร่งเพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนขับเคลื่อนการเติบโตต่อไป ท่ามกลางสภาพแวดล้อมระดับโลกที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดแรงกระแทก